แบงก์โหมสินเชื่อบ้านท้ายปีโปรโมชันเพียบ
แบงก์รัฐ-แบงก์พาณิชย์ โหมทำยอดสินเชื่อบ้านโค้งท้ายปี จัดอีเวนต์-โปรโมชัน หวังปล่อยสินเชื่อทะลุเป้า ศูนย์ข้อมูลธอส. ประเมินสินเชื่อบ้านทั้งปีทำได้แค่ 2.8 แสนล้าน "ขรรค์" เตรียมจัดประมูลขาย NPA พร้อมจับมือศาลยุติธรรม - คปภ. ปล่อยกู้ 1,000-1,500 ล้าน "กรุงไทย"อนุมัติเต็ม 100% "กสิกร" ซื้อบ้านแถมบัตรเครดิตพร้อมแต้มพิเศษ นครหลวงไทย แจกบัตรตรวจสุขภาพ ส่วนไทยพาณิชย์ จับมือยักษ์อสังหาฯ จัดงานเอ็กซ์โป
นับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายก็ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อสำหรับที่อยู่อาศัย เพราะกลัวประวัติศาสตร์วิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 จะซ้ำรอย ทำให้ยอดการปล่อยสินเชื่อของแบงก์พาณิชย์หดตัวไปถึง 11% และยังส่งผลให้ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ต้องหันไปพึ่งธนาคารของรัฐแทน โดยเฉพาะในส่วนของธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ที่ถือเป็นผู้นำตลาดในการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม แม้ธนาคารของรัฐจะยังคงปล่อยสินเชื่อ แต่ภาพรวมในปีนี้มูลค่าสินเชื่อทั้งระบบคงไม่เติบโตมากนัก ศูนย์ข้อมูล ธอส. ประเมินว่าน่าจะมีตัวเลขใกล้เคียงปีที่ผ่านมาด้วยมูลค่า 2.8 แสนล้านบาท นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูล อสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในไตรมาสสุดท้าย แนวโน้มน่าจะดีขึ้นตามธรรมชาติของตลาด ส่งผลให้ภาพรวมของปีนี้น่าจะมีการปล่อยสินเชื่อทั้งระบบ 2.8 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกมียอดการปล่อยสินเชื่อทั้งระบบ 134,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ปล่อยสินเชื่ออยู่ 130,200 ล้านบาท
ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อดังกล่าว เป็นเพราะธนาคารรัฐมีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธอส. ที่เพิ่มขึ้นถึง 34% ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 35% ยังมีธนาคารอื่นๆ ของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลามฯ ที่หันมาปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้วย ขณะที่ธนาคารพาณิชย์มีการปล่อยสินเชื่อลดลงประมาณ 11% จากมูลค่า 88,700 ล้านบาท เหลือ 79,000 ล้านบาท
"ปกติไตรมาสสุดท้าย ผู้ประกอบการมักจะเร่งทำยอดขายเพื่อให้ได้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งธนาคารต่างประเทศหลายแห่งมองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว จากเข้มงวดก็เริ่มผ่อนปรน คนเริ่มซื้อบ้านเพราะเชื่อว่าต้นปีจะได้รับโบนัสและจะได้ปรับเงินเดือนเพิ่ม ผู้ประกอบการเองก็มีการจัดอีเวนต์กระตุ้นยอดขาย รายใหญ่ก็เปิดโครงการมากขึ้น" ด้านนายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า ยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม คงจะสามารถทำได้ถึง 8,000 ล้านบาท ซึ่งระยะเวลาอีก 2 เดือนนับจากนี้ธอส.มีเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อให้ได้เดือนละ 10,000 ล้านบาท เพื่อให้เป็นไปตามเป้า 1 แสนล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยผลประกอบการในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาสามารถปล่อยสินเชื่อเป็นเงิน 71,955 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 3,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 97.13% ทั้งนี้ ธอส. อยู่ระหว่างการเตรียมเซ็นสัญญากับสำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้กับสองหน่วยงานวงเงินประมาณ 1,000-1,500 ล้านบาท ในการจัดงานประมูลขายทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ช่วงวันที่ 19 ธันวาคมนี้ การเปิดโครงการของการเคหะแห่งชาติ และการให้สินเชื่อกับโครงการบ้านบีโอไอ ที่จะมีออกมาจำนวนมากด้วย
"ความต้องการสินเชื่อบ้านยังมีอยู่พอสมควร 2 เดือนที่เหลือธอส. ไม่ต้องแข่งขันอะไรกับแบงก์พาณิชย์ แค่พิจารณาและอนุมัติสินเชื่อให้ได้ และในช่วงไตรมาสสุดท้ายผู้ประกอบการอสังหาฯ ต่างก็ต้องเร่งทำยอดขาย โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะต้องทำผลกำไรการจ่ายเงินให้ผู้ถือหุ้น เป็นต้น และปลายปีทางการเคหะฯ ก็ต้องผลิตบ้านเอื้ออาทรออกมาทำตลาดเยอะด้วย" นายก่อเกียรติ วงศ์อารี ผู้อำนวยฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคลและที่อยู่อาศัยธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยกำหนดเป้าสินเชื่ออุปโภคบริโภคทั้งปีไว้ที่ 25,000 ล้านบาท แยกประกอบด้วยสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อเคหะโดย 9 เดือนที่ผ่านมานั้นสินเชื่อบุคคลเติบโตมากกว่าสินเชื่อบ้านโดยมีวงเงินสินเชื่อเข้ามา 22,000 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อเคหะโตเกือบ 8,000 ล้านบาทเนื่องจากกำลังซื้อแผ่วลงจากความไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ
ช่วงที่เหลือ 2 เดือนคาดว่าจะมียอดสินเชื่อเคหะเข้ามาสุทธิ 2,000 ล้านบาทจาก 9 เดือนที่ผ่านมายอดสินเชื่อเติบโตเกือบ 8,000 ล้านบาททั้งปียอดสินเชื่อเคหะสุทธิเป็น 10,000 ล้านบาท ขณะที่พอร์ตสินเชื่อรวมจะอยู่ที่ประมาณ 1.7-1.8 แสนล้านบาท โดยสามารถควบคุมคุณภาพหนี้เอ็นพีแอลไม่เกิน 2% "กลยุทธ์การทำตลาดนั้นธนาคารจะบุกตลาดโครงการพันธมิตรร่วมปล่อยสินเชื่อบางโครงการอนุมัติวงเงินเต็ม 100% ของราคาประเมิน ขณะเดียวกันจุดขายปลายปีจะเน้นรีไฟแนนซ์จากที่อื่นด้วยโปรโมชันอัตราดอกเบี้ยปีแรกแบ่งเป็น 6 เดือนแรกคิดดอกเบี้ย 0%กรณีทำประกันชีวิตวงเงินประกัน 2 ล้านบาทขึ้นไปส่วน 6 เดือนหลังคิดดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดีลบ 2%(MRR-2% ปัจจุบันMRRเท่ากับ 6.375% )ทั้งนี้ดอกเบี้ยเฉลี่ยถูกกว่าตลาด"
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงตลาดสินเชื่อบ้านสิ้นปีนี้ว่า ภาพรวมทั้งปีสินเชื่อบ้านมีทิศทางจะติดลบ 5- 7% โดยตลาดสินเชื่อน่าจะเติบโตได้ 6-6.8% จากปีก่อนอยู่ที่ 7.8% ซึ่งสินเชื่อขยายตัวลดลงจากปี 2550 ที่เติบโตถึง 9% ขณะที่ธนาคารกสิกรไทยคาดว่าจะขยายสินเชื่อได้เติบโต 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 21% ปัจจุบันตลาดรวมมียอดสินเชื่ออยู่ 1.65ล้านล้านบาท จากปลายปีก่อนอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท โดยครึ่งปีตลาดรวมโตได้ 2.2% แบงก์กสิกรไทยโต 4% แต่ทั้งปีเชื่อว่าจะขยายสินเชื่อได้ 3.1หมื่นล้านบาท เกินจากเป้าที่ตั้งไว้ 2.8 หมื่นล้านบาท โดยพอร์ตสิ้นปีจะอยู่ที่ 1.25 แสนล้านบาท " จากนี้ไปถึงสิ้นปีแบงก์เน้นให้บริการเพิ่มเติมลูกค้าซื้อบ้านแถมบัตรเครดิต โดยทุกครั้งของการใช้จ่ายผ่านบัตรจะได้แต้มสะสมพิเศษ นอกจากนี้จะมีแคมเปญร่วมกับพันธมิตรโครงการไตรมาสสุดท้ายด้วย"
ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทย ได้ร่วมกับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) จัดโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยคงที่ ให้ลูกค้าเลือก 4 รูปแบบนานสูงสุด 4 ปี ได้แก่ แบบที่ 1 คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปีแรก ที่ 2.99%ต่อปี แบบที่ 2 คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก ที่ 4.99% ต่อปีแบบที่ 3 คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก ที่ 5.59% ต่อปี และแบบที่ 4 คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรก ที่ 6.09% ต่อปี จากนั้นจะคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยคิดดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดีประเภทมีระยะเวลา (เอ็มแอลอาร์ซึ่งปัจจุบันเท่ากับ 5.85%) ลบ 0.25% (หรือประมาณ 5.60%) จนครบสัญญา ผ่อนชำระเงินกู้สูงสุด 30 ปี หรือเมื่อรวมกับอายุผู้กู้กับระยะเวลาชำระเงินกู้แล้วไม่เกิน 70 ปีทั้งนี้จะเน้นลูกค้าที่มีรายได้ 10,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป สำหรับซื้อที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล วงเงินกู้ตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป กรณีที่ลูกค้ากู้เพื่อซื้อบ้านในโครงการจัดสรรของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับวงเงินกู้สูงสุด 95% ของราคาซื้อขาย ส่วนลูกค้าที่กู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยและบ้านในโครงการทั่วไป จะได้รับวงเงินกู้สูงสุด 90%ของราคาซื้อขาย แต่ไม่เกิน 90%ของราคาประเมิน
นายยุทธชัย เตยะราชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ ธนาคารยูโอบี จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า ปีหน้าธนาคารยังคงเน้นการเติบโตสินเชื่อบุคคล ประกอบด้วย สินเชื่อบ้านใหม่คาดว่าจะเติบโต 5-8% สินเชื่อบัตรเครดิตที่ตั้งเป้าเติบโตด้านการใช้จ่ายเพิ่ม 15% ส่วนจำนวนบัตรน่าจะโตได้ 10-15% และประกันตั้งเป้าการเติบโตที่อัตรา 20% สำหรับไตรมาส 4 คาดว่าสินเชื่อบ้านใหม่จะโตได้ 10% โดยส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะสร้างบ้านใหม่ออกสู่ตลาดในไตรมาส 4 มากว่าทุกๆไตรมาส ที่ผ่านมา 9 เดือนสินเชื่อบ้านใหม่ของธนาคารขยายตัวได้ 3.5%
นายอภิชาติ อรรฆย์ฐากูร ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสินเชื่อเคหะ ธนาคารนครหลวงไทย กล่าวว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารปล่อยสินเชื่อบ้านใหม่ไปแล้วประมาณ 20,000 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการปล่อยสินเชื่อที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับธนาคารขนาดใหญ่ คาดว่าตลอดทั้งปีจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท
"ไตรมาสสุดท้ายธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเคหะ 2 ทางเลือก ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ นาน 2 ปี เริ่มต้น 1.75% ส่วนอีกทางเลือกเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MLR-3% ใน 2 ปีแรก ซึ่งเหมาะกับลูกค้าที่ต้องการใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนทางภาษีได้สูงสุด และลูกค้ายังชำระเงินกู้ได้สูงกว่าค่างวดปกติตามเท่าที่ต้องการ โดยไม่เสียค่าปรับ แต่ธนาคารไม่เน้นดอกเบี้ย 0% เนื่องจากเห็นว่าผู้กู้ไม่ได้รับประโยชน์ทางภาษี ขณะที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้นในปีต่อๆ ไป"
นอกจากนี้ ธนาคารยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการ "สินเชื่อบ้านธนาคารนครหลวงไทย" (SCIB Home Loan) ในโครงการ "Good Home Good Health" หรือ "สินเชื่อบ้านธนาคารนครหลวงไทย สร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในบ้านคุณ" สำหรับผู้ยื่นคำขอกู้วงเงินตั้งแต่ 1.5 ล้านบาทขึ้นไป และได้รับการอนุมัติพร้อมยื่นจดจำนองกับธนาคารตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2552 จะได้รับบัตรกำนัลสำหรับโปรแกรมตรวจสุขภาพจำนวน 1 ใบ มูลค่า 3,500 บาท กับโรงพยาบาลพญาไททั้ง 3 แห่งด้วย ด้านธนาคารไทยพาณิชย์ เตรียมจัดงาน SCB Home Lone Expo ที่ร่วมกับผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ 5-6 ราย ซึ่งจะมีการให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษและโปรโมชันต่างๆ เป็นการกระตุ้นยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้ได้ตามเป้าหมาย 55,000 ล้านบาท จากที่ปล่อยสินเชื่อรอบ 9 เดือนไปแล้ว 40,000 ล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,475 01 พ.ย. - 04 พ.ย. 2552 |